ประวัติ ดร.บรรจง

Published on ธันวาคม 26th, 2013 | by tvmuslim

เสี้ยวหนึ่งของชีวิต ดร.บรรจง โซ๊ะมณี

กับการยืนหยัดเผยแพร่ต่อสู้ เพื่อกีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์

เป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 11 ขวบ คุณพ่อตาบอด คุณแม่ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คุณพ่อสอนอัลกุรอาน คุณแม่พายเรือขายก๋วยเตี๋ยวครอบครัวเป็นชาวสุนนะห์ เกิดที่บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

เรียนรู้อิสลามกับพ่อตั้งแต่ยังเยาว์วัย และได้เรียนรู้ด้วยการช่วยเหลืองานศาสนา พอสรุปได้ดังนี้

ปี พ.ศ. 2514 ช่วยงานศาสนาที่มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คลองตันด้านวิทยุรอมฎอน เป็นผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และเป็นเลขานุการนักศึกษาผู้ใหญ่ธรรมอิสลาม จัดให้มีการเรียนศาสนาทุกวันเสาร์ วิชาอัลกุรอาน อัลฮาดีษและถามตอบ มีผู้รับฟังสูงสุด 620 คนต่อครั้ง นอกจากมีกิจกรรมสอนศาสนาในวันเสาร์แล้วยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อยู่ที่นี้นานถึง 15 ปี อาชีพประจำของผมคือเป็นข้าราชการ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์

ปี พ.ศ. 2529 ผมมีความคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ยังไม่ใช่งานที่ผมอยากทำ ผมได้มาร่วมกับพรรคพวก 5 ก่อตั้งสถาบันสันติชน ต่อมาจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อสันติชนถึงปัจจุบัน มีการเรียนการสอนศาสนาทุกวันอาทิตย์ มีผู้ฟังสูงสุด 200 คน ผมอยู่ได้ 6 ปี ได้สังเกตและมีความรู้สึกว่ายังไม่ใช่งานที่ผมอยากทำ จึงได้ลาออกมา

ปี พ.ศ. 2532 ได้แต่งงานกับฮุสนา บู่หาด ซึ่งอัลลอฮฺได้ส่งนางให้เป็นผู้ช่วยเหลือในทุกๆด้าน จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้มีลูกชายด้วยกัน 3 คน

ปี พ.ศ. 2533 ผมได้ก่อตั้งศูนย์เผยแพร่คุณธรรม และบอกกับอัลลอฮฺว่า “โออัลลอฮฺฉันจะของานเผยแพร่ศาสนาของอัลลอฮฺ เดินตามคุณพ่อที่ยึดมั่นในกีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์ด้วยซื่อสัตย์ถึงแม้จะเหลือคนเดียวก็จะเอาหลังพิงฝา หันหน้าสู่พระองค์และขอยืนหยัดต่อสู้ด้วยชีวิตและทรัพยิ์น

ปี พ.ศ. 2534 ได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อคุณธรรมด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ศาสนาของอัลลอฮฺด้วยทรัพย์และชีวิต ในทุกรูปแบบ จากการเรียนจากอาจารย์ที่ร่วมงานกันมา 2 สถาบัน 21 ปี ทำให้ผมรู้ได้ว่าอะไรคือแก่นของศาสนา อะไรไม่ไช่แก่นของศาสนา อะไรชีอะฮฺ อะไรตารีกัด อะดะวะฮฺ(ซูฟี) อะไรชีริก และอะไรทำให้คนไม่ชอบเรื่องจริงที่มาจากอัลกุรอาน นั่นก็คือการมีผลประโยชน์นั่นเอง

ปี พ.ศ. 2514 ผมมีความเชื่อว่าโลกปัจจุบันต้องใช้สื่อในการเผยแพร่ศาสนาถึงจะทันโลก ในขณะนั้นจึงได้จัดวิทยุเผยแพร่ศาสนายืดหยัดในกีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์ ตั้งแต่สัปดาห์ละครึ่งชั่วโมง จนถึง วันละ 2 ชั่วโมง

ปี พ.ศ. 2541 จัดวิทยุเผยแพร่ศาสนาอิสลาม(กีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์) 24 ชั่วโมง 1 คลื่น ความถี่เป็นคลื่นแรกในประเทศไทย สถานีวิทยุพล.1 AM 999 KMz และขยายไปที่จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา จังหวัดตรัง 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกัน ด้วยความอยากที่จะให้พี่น้องได้เข้าใจสุนนะห์นั่นเอง ทำอยู่ได้ 5 ต้องเลิกเพราะถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย พอดีกับหมดทุนที่จะทำต่อต้องขายทรัพย์ของภรรยาไป 38 ล้านบาท มาใช้หนี้ที่เกิดขึ้น

ผลที่ได้รับ

  • มุสลีมะฮฺรู้จักการคลุมฮิหยาบซึ่งเป็นคำสั่งของอัลลอฮฺและได้คลุมหยาบทั่วทั้งประเทศจนถึงทุกวันนี้
  • มุสลิมรู้จักและสนในที่จะถือศิลอดในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เรื่องการถือศีลอดในเดือนซะบาน การละหมาดตอรอเวียะ การเป็นอีหม่ามโดยมีอีหม่ามฮาฟิสอ่าน 30 ยุซ ในร้อกอะห์ 8 ร้อกอะห์ ถ่ายทอดสดทั้งวิทยุและโทรทัศน์ไปทั่วโลก การรณรงค์เรื่อง การทำกุรบาน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวในชีวิต แต่จริงๆตามหลักการควรทำทุกปี ในวันอีดิลอัฎฮา มีการรณรงค์ให้มีการละหมาดกลางแจ้งในวันอีดิ้ลฟิตรีและอีดิ้ลอัฎฮา ข้าวสารฟิตเราะห์ผู้ที่จะรับได้คือคนยากจนเท่านั้น เงินดอกเบี้ย ภาษีเหล้า เงินการพนันนำมาใช้ไม่ได้และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถนำมากล่าวในที่นี้ ซึ่งนับว่ามันคุ้มที่ภรรยาต้องขายทรัพย์สินไป 38 ล้านบาท และผมได้บันทึกเสียงคำแปลภาษาไทยถึงปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2514 – ปัจจุบัน ผมได้ทำวิทยุติดต่อกกันมาทุกปี ปัจจุบันตั้งสถานีวิทยุขึ้นมาเอง 1 คลื่น ความถี่ระบบ FM 106.25 KHz 24 ชั่วโมง

สำหรับเรื่องโทรทัศน์ เริ่ม พ.ศ. 2530 ได้เช่าเวลาทำรายการพิเศษเดือนรอมฎอน ทางโทรทัศน์ช่อง 9 ช่อง 11 ช่อง 5 หมุนเวียนกันไป

ปี พ.ศ. 2547 ได้เช่าทีวีสัญญาณดาวเทียมทำรายการทีวีมุสลิมของ คุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ จัดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00 – 17.00 น. อยู่ 2 ปี

ปี พ.ศ. 2549 ได้เช่าทีวีสัญญาณดาวเทียมทำรายการทีวีมุสลิมของคุณชัยยุทธ ทวีปวรเดช โดยการแนะนำของคุณไกรวัฒน์ ศรีวุฒิวงศ์ ออกอากาศตั้งแต่เวลา 01.00 – 08.00 น. ทุกวันเป็นระยะเวลา 4 ปี

ปี พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน เป็นองค์กรแรกที่ตั้งสถานีโทรทัศน์มุสลิมผ่านดาวเทียม 3 ช่องดาวเทียม (คือสามารถดูได้พร้อมกันทั้ง 3 ช่องสัญญาณ) จานดำ จานเหลือง DTV ช่อง 21 จานส้ม ช่อง 49

จะเน้นที่สุด

  1. ยืนหยัดด้วยกีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์ด้วยชีวิต
  2. ต่อสู้ โต้ตอบ ชี้แจงให้คำแนะนำสิ่งที่ไม่ใช่สุนนะห์ทุกรูปแบบด้วยทรัพย์และชีวิต เช่น ชีอะฮฺ
  3. ตอรีกัด ซูฟี บิดอะฮฺ ชีริก วันเกิดนบี ทำบุญ 3 วัน 7 วัน 40 วัน เฝ้ากูโบร์ วิทยากรท่านใด บิดเบือนสุนนะห์เราก็เชิญออกจากการเป็นนักวิชาการเพราะเราบอกกับอัลลอฮฺแล้วว่าเหลือคนเดียวก็จะขอสู้ต่อไป

กิจกรรมที่ทำ

  • เลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างมีคุณภาพ เป็นเด็กกินนอนได้เรียนศาสนา ท่องจำอัลกุรอาน ฝึกฝน ดูแลมารยาท และส่งเสริมการเรียนสายสามัญ
  • จัดอบรมเยาวชนอายุ 9 – 12 ปี ปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน จำนวน 150 คน อย่างมีคุณภาพ
  • จัดให้มีรถบริการ 3 คัน เมื่อมีพี่น้องป่วยหรือเสียชีวิตมารับบริการทั่วประเทศฟรี
  • จัดให้มีการเลี้ยงดูคนชราที่ไม่มีญาติจริงๆเป็นระยะเวลา 16 ปี ได้เสียชีวิตไปแล้ว 84 คน ปัจจุบันเหลืออยู่ 8 คน
  • จัดให้มีการบำบัดยาเสพติดด้วยระบบอิสลามเลิกอย่างเด็ดขาดประมาณ 80 %

เบื้องหน้า

  • ต้องการจัดให้มีการเรียนระดับประถม มัธยมด้านศาสนา ทางไกลผ่านดาวเทียม 1 ช่อง
  • ต้องการจัดให้มีการเรียนระดับประถม มัธยมด้านสามัญ ทางไกลผ่านดาวเทียม 1 ช่อง
  • อีก 1 ช่องมีไว้เพื่อเผยแพร่งานศาสนาบนพื้นฐานกีตาบุลลอฮฺและสุนนะห์

อนาคต

  • มูลนิธิเพื่อคุณธรรมมีที่ดิน 81 ไร่ ติดกับสำนักจุฬาราชมนตรี ต้องการตั้งวิทยาลัยตั้งแต่บาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรียนรู้ 5 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ อาหรับ มลายู และภาษาจีน รับเฉพาะเด็กมุสลิม ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นนักเรียนกินนอน เป็นโรงเรียนแยกหญิงแยกชายเป็นการเฉพาะ ตั้งใจจะเปิดปีการศึกษา 2558
  • มูลนิธิเพื่อคุณธรรมมีที่ดิน 17 ไร่ ติดกับสำนักจุฬาราชมนตรี ต้องการสร้างเป็นศูนย์ประชุมสัมมนามุสลิมนานาชาติ ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีศูนย์ประชุมนานาชาติมุสลิมโดยเฉพาะ

(นี่คือเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ดร.บรรจง โซ๊ะมณี ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวกับการเผยแพร่ศาสนาถึง 42 ปี)

Tags: , ,


About the Author



Back to Top ↑