บรรจง โซ๊ะมณี
ขออุทิศ ชีวิต และ ทรัพย์สิน เพื่อพระองค์
 |
*จากสภาพเศรษฐกิจ และ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
*แนวโน้มแห่งความตกต่ำ เลวร้ายก็เกิดขึ้น
*พร้อมๆกับการดิ้นรนของคนในสังคม
*ที่ต้องประคับประคองให้ตัวเองอยู่รอด
* ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนก็มีมากขึ้น
* คนที่รวย ก็รวย จนไม่ต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง
* ก็สามารถอยู่ได้ คนที่จนก็จน จนไม่รู้ จะหาเงิน
* จากที่ไหนมาเลี้ยงตัวเอง
เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น *
* ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย |
******ความต้องการที่จะช่วยเหลือ และอุปถัมภ์ ผู้ที่ยากจน , คนชรา , และ เด็กกำพร้า ,
* ช่วยเหลือด้านสาธารณประโยชน์*แก่พี่น้องมุสลิม รวมทั้งช่วยเหลือกิจกรรมสังคมอื่นๆ
* เป็นแรงผลักดันให้ คุณบรรจง โซ๊ะมณี จุดประกายความหวัง
* ให้กับคนอีกหลายคน ที่ไม่สามารถยืนหยัด อยู่ท่ามกลางกระแสสังคม ที่เลวร้ายเพียงลำพังได้
****** เนื่องจากประเทศไทย มีผู้นับถือศาสนาต่างกันมากมายหลายศาสนา
* และทุกศาสนานั้นต่างก็เชิญชวนให้ทุกคน เป็นคนดี
* มีครั้งหนึ่ง คุณ บรรจงได้มีโอกาศรับฟังพระเทศน์ สอนให้ชาวพุทธศาสนิกชนทำความดี
* คุณ บรรจง จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า ในเมื่อศาสนาพุทธ
* มีพระมา เทศน์สอนให้คนนับถือศาสนาพุทธเป็นคนดีแล้ว
* ถ้าอย่างนั้น คุณบรรจง*ก็น่าจะเชิญชวนคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม
* ให้เป็นคนดีเช่นกัน คนมุสลิมในประเทศไทย ก็จะได้เป็นคนดี
**วิธีการที่จะทำให้คนมุสลิม ได้รับรู้ เรื่องศาสนาได้อย่างทั่วถึง ก็คือ การจัดรายการออกอากาศทางวิทยุ
**จากนั้นจึงเริ่มจัดรายการ “เชิญชวน” ให้มุสลิมเป็นคนดี โดยจะนำหลักคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอาน มาเผยแพร่
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี และทำให้ชาวมุสลิมมีความเข้าใจ ในหลักคำสอนเพิ่มมากขึ้น
* จากการจัดรายการเผยแพร่หลักคำสอน ก็เริ่มมีกิจกรรมที่เกิดจากความเดือดร้อนของสังคมมุสลิม
เช่นมีคนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ ก็รีบไปที่เกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือ โดยใช้วิทยุเป็นสื่อ
ขอบริจาค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน บางครั้งเจอเหตุการณ์พ่อเสียชีวิตแล้ว เหลือเพียงลูกน้อยตามลำพัง
* คุณบรรจง จึงได้เข้าไปดูแลด้วยตัวเอง เมื่อไปดูแล้ว ก็กลับมา ปรารภกับ ผู้ฟังในรายการ ว่า
* ถ้าหากมีเงินช่วยเหลือเขา เขาก็คงมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้ฟังก็ช่วยกันบริจาคเงินเข้ามากันอย่างมากมาย
และคุณ บรรจง ก็จะนำเงินส่วนนั้น ไปช่วยเหลือเด็กกำพร้า
โดยการปลูกสร้างบ้าน และมอบสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตให้กับเขา
ซึ่งคุณบรรจงได้ให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในทุกรูปแบบ
นี่คือ “บรรจง โซ๊ะมณี” ชีวิตนี้อุทิศเพื่อคนยากไร้
|
โดยเฉพาะการใช้เงินทุนส่วนตัว ทั้งของตัวเอง และของภรรยา ร่วมกันทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์
*ประกอบกับ ความทรงจำในวัยเยาว์ โดยมีพื้นฐานครอบครัวที่ค่อนข้างยากลำบาก แต่ก็ไม่เคยย่อท้อกับชีวิต
*ถึงแม้ว่าคุณพ่อจะพิการทางสายตาทั้งสองข้าง แต่ก็ยังสามารถประกอบอาชีพรับจ้าง ขุดดิน , เกี่ยวหญ้า ,
*และ เป็นครูสอนศาสนาได้ ส่วนคุณแม่นั้น พายเรือขายขนม , ขายก๋วยเตี๋ยว , ช่วยอีกแรงหนึ่ง
สองชีวิตทำงานหาเลี้ยง ครอบครัวอย่างเหนื่อยยาก แต่ก็ไม่เคยขาดน้ำใจ ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นอยู่เสมอ
*ยามมีโอกาส สิ่งที่เห็นติดตา มาตลอดในวัยเยาว์นั้น จึงได้ประทับใจและฝังลึกลงในจิตใจของ
*คุณบรรจงเสมอมา
* แต่แล้วเมื่อเสาหลักของครอบครัวต้องจากไป และบททดสอบอีกมากมายที่โดนคนรอบข้างหมางเมิน
* ซ้ำร้ายยังถูก หมางเมินจากคนรอบข้างทำให้ช่วงชีวิตหนึ่ง ต้องสัมผัสกับความอ้างว้างโดดเดี่ยว
*เหมือนถูกทอดทิ้งจากสังคม
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้แปรเปลี่ยน เป็นแรงบันดาลใจและอุดมการณ์อย่างแรงกล้า
รวมตัวกันก่อเกิดเป็น*มูลนิธิเพื่อคุณธรรม ขึ้น เป็นศูนย์รวมของผู้มีคุณธรรม มีจิตใจที่เปี่ยมด้วย
*ความรัก ความเมตตา ช่วยเหลือเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น
สะท้อนให้เห็นได้ว่า น้ำใจยังไม่เคยเหือดแห้งไปจากสังคม
การช่วยเหลือเกื้อกูล มีพร้อม ที่จะเติมเต็ม ช่องว่าง ระหว่าง
*คนรวย และ คนจนได้เสมอมา
คุณพ่อ คุณแม่ เป็นคนที่มีอุปนิสัย ขยันขันแข็ง ส่วนคุณพ่อ จะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระในบ้าน
*
หลังจากคุณแม่ออกไปค้าขาย คุณพ่อยังออกไปรับจ้างดายหญ้า ช่วยคุณแม่หารายได้
* คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ คุณ บรรจง ยังเด็กมาก จนต้องไปอาศัยอยู่กับญาติคนนั้นที่ คนนี้ที และ
**ไปรับจ้างเป็น*กุลี ท่าเรือคลองเตย รับจ้างเป็นคนสวน เรียนจบแค่ ม.ศ.3 แต่ด้วยความ อยากมีความรู้เพิ่ม
* จึงได้เรียนพิมพ์ดีด ควบคู่กับการทำงานเป็นคนสวน เรียนได้ไม่นาน ไปสมัครเป็นพนักงานพิมพ์ดีด
* ที่กรมการค้าภายใน ด้วยความอุตสาหะ*และ ความตั้งใจ ในการทำงานมาโดยตลอด
* ต่อมาสอบ บรรจุเป็นเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ที่สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.)
* หลังจากนั้น ได้โอนกลับมาเป็นเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ระดับ 2 ที่กรมการค้าภายในอีกครั้งหนึ่ง และ
**ได้ทำงานเป็น ผู้ประกาศข่าว ที่สถานีวิทยุกรมการรักษาดินแดน(ร.ด.)
***** ในขณะที่ทำงานอยู่ที่กรมการค้าภายใน จะนอนอยู่ที่สถานีวิทยุ ร.ด.
ที่สถานีวิทยุ(ร.ด.) คุณ บรรจงทำทุกอย่าง *ตั้งแต่เก็บกวาด ทำความสะอาด และ
* จะตื่นตั้งแต่ ตี 4 นอนเที่ยงคืนทุกคืน ใช้เวลา 24 ชั่วโมงอย่างคุ้มค่า
* ใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ถึง 17 ปี
คุณ บรรจง ใช้ความรู้ ความสามารถ วิริยะ อุตสาหะ
ทั้งๆที่มีความรู้เพียง ม.ศ.3 ก็สามารถสอบเลื่อนขั้น เป็น*ข้าราชการ ชั้นเอก ประกอบกับ
*ที่มีอุปนิสัยชอบการเมืองเป็นชีวิต เพื่ออยากจะช่วยเหลือคน แบบผู้มีอำนาจ
จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการประจำ ไปสมัครเป็นสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร
และได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของกรุงเทพมหานคร ด้วยความที่มีนิสัยชอบศึกษาค้นคว้า หาความรู้เป็นทุนเดิม
*คุณ บรรจง จึงตัดสินใจ เรียนต่อ เมื่ออายุ 40 ปีเรียน รวดเดียว จนจบ ปริญญาโท
คุณ บรรจงได้ให้นิยาม ในการดำเนินชีวิตไว้ว่า
*“คนเราเกิดมาแล้ว ควรสะสมความดี ดีกว่า สะสมทรัพย์ และสะสมวัตถุ”
เพราะตายไป ก็เอาอะไรไปไม่ได้
|
* นอกจากนี้ คุณ บรรจง ยังได้ให้การอุปถัมภ์ แก่ครอบครัวมุสลิม ที่ยากจนในนามของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม
*ให้การสงเคราะห์โลงศพ แก่ศพไร้ญาติทุกศาสนา ในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 300 โลง เมื่อครั้งเหตุการณ์ “ซึนามิ”
*ก็ได้ส่งรถตู้ออกไปช่วยเก็บผู้บาดเจ็บ และ ศพผู้เสียชีวิต ผู้ประสบภัยกว่า 500 ศพ
*ในวันสำคัญทางศาสนา จะมีการนำอาหาร และสิ่งของเครื่องใช้มาแจกให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
สิ่งที่ คุณ บรรจง ได้รับตอบแทนกลับมาจากการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นั้นคือ"ความสุข"
ซึ่งคุณ บรรจงกล่าวว่า ใจรักที่จะเป็น " ผู้ให้" มากกว่า " ผู้รับ"
ดังนั้นเมื่อได้เป็น " ผู้ให้" แล้ว ก็ทำให้ " จิตใจเบิกบาน"
และ " มีความสุข" อย่างที่ไม่สามารถ หาได้จากที่ไหน
**สิ่งที่คุณ บรรจงหวังที่จะได้รับ ตอบแทนจากการให้คือ “ ความดี ”
* เพราะคุณบรรจง เชื่อว่ามีเพียงแต่ ความดีอย่างเดียวเท่านั้น
* ที่จะทำให้ คุณ บรรจง ได้พบแต่ ความสุข ที่แท้จริง
* คุณ บรรจง ได้ตั้งปฎิธานเอาไว้ว่า จะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเอง ได้เป็นหุ้นส่วน
* ที่สามารถทำให้ คนไทย เป็นคนดี ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
* ซึ่งคุณ บรรจง คิดว่า เป็น พันธกิจที่ยาก และ สำคัญมาก
ชีวิตนี้ คุณ บรรจงตั้งใจว่า
เกิดมาเพื่อทำความดี
และตั้งใจ ที่จะทำ
ให้คนมุสลิมในประเทศไทยได้เป็นคนดี
เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว |
ในวัย 60 ปี คุณบรรจงไม่หวังอะไร แค่อยากใช้เวลา ที่ " พระเจ้า" ให้มา ทำสิ่ง ที่เป็นประโยชน์
* เพื่อสังคม และ ประเทศชาติ เพราะเชื่อว่า งานที่มีเกียรติ และมั่นคง ที่สุดคือ “การทำให้คนเป็นคนดี”
**** ภาพความจริงที่ปรากฎ ถือเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่ง ที่ทำให้คุณ บรรจง
*ตระหนักถึงคุณค่า ในชีวิต ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ อย่างน้อยเสี้ยวชีวิตหนึ่ง ของใครหลายคน
*ได้เลือกที่จะสัมผัสกับความสุข แห่งการเป็นผู้ให ้อย่างเต็มใจ
คุณ บรรจง ได้ สะสมความดี มาโดยตลอด จึงได้ก่อตั้ง มูลนิธิเพื่อคุณธรรม ขึ้นมา เพื่อใช้สื่อ ทุกสื่อ
พัฒนาคุณภาพ ชีวิต โดยใช้หลักการของ ศาสนาอิสลาม และ แบบฉบับ ของท่านรอซูลฯ....
นอกจากนั้นยังได้ร่วมกับสถาบัน ธัญญารักษ์ จัดให้ตึก บุษราคัม เป็นที่พัก รักษาสำหรับผู้ป่วยมุสลิมที่ติดยาเสพติด ด้วยความทรงจำเหล่านี้ตราตรึงใจคุณ บรรจงมาโดยตลอด
และเมื่อคุณ บรรจงได้มีโอกาศดูแลคนชรา
* จึงเป็นความสุขในชีวิต เหมือนกับคุณ บรรจง ได้ตอบแทนบุญคุณ บิดามารดา
* นั่นก็คือ คุณแม่ ที่ยอมอดทน เพื่อให้ลูกๆได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ดังนั้น คนชราในมูลนิธิเพื่อคุณธรรม จะได้รับการดูแลอย่างดี กินอาหาร ฮาล้าล และได้ปฎิบัติศาสนกิจ
* ยามป่วยไข้ได้รับการ ดูแลรักษา และเมื่อเสียชีวิต ได้จัดการ กับ ศพ ในแบบฉบับ ของ ผู้นับถือศาสนาอิสลาม
* อย่างสมเกียรติทุกคน
มูลนิธิเพื่อคุณธรรม บ้านเลขที่ 28/2 หมู่ 9 ถนน ประชาร่วมใจ
แขวง ทรายกองดินใต้ เขต คลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
โทร. 02-543-6881-3 โทรสาร 02-916-8716
อีเมล์ : kunatum@gmail.com